หน้าฝนและวันฟ้าครึ้ม โซลาร์เซลล์ผลิตไฟได้แค่ไหนกันแน่

หลายคนที่ติดโซลาร์เซลล์แล้วมักมีคำถามคล้าย ๆ กันพอถึงช่วงหน้าฝน คือวันที่ฟ้าครึ้มทั้งวันหรือฝนตกหนักแบบไม่เห็นดวงอาทิตย์เลย แผงโซลาร์ยังผลิตไฟได้อยู่ไหม แล้วถ้าได้ จะได้น้อยลงขนาดไหน พอจะใช้งานในบ้านได้ปกติหรือไม่ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจง่าย ๆ ว่าเมฆและฝนส่งผลต่อการผลิตไฟยังไง เพื่อให้วางแผนใช้ไฟในบ้านหรือโรงงานได้แม่นยำขึ้น ไม่ต้องตกใจทุกครั้งที่เห็นฟ้าหม่น
แผงโซลาร์ไม่ได้หยุดทำงานแค่เพราะไม่เห็นแดด
หลักการทำงานของแผงโซลาร์คือการแปลงพลังงานแสงให้เป็นไฟฟ้า ซึ่งแสงที่ตกกระทบแผงมีสองแบบคือ แสงตรง (Direct Sunlight) ที่มาจากดวงอาทิตย์โดยไม่มีอะไรบัง กับ แสงกระจาย (Diffuse Light) ที่เป็นแสงซึ่งถูกเมฆหรือฝุ่นในอากาศกระเจิงจนกระจายไปทั่วท้องฟ้า แม้มองไม่เห็นดวงอาทิตย์ชัด ๆ แต่แสงกระจายนี้ก็ยังตกกระทบแผงและถูกแปลงเป็นไฟฟ้าได้ เพียงแต่พลังงานที่ได้จะน้อยกว่าแสงตรงมาก เพราะแสงกระจุกตัวน้อยและความเข้มแสงต่ำกว่า
พูดง่าย ๆ คือ วันฟ้าครึ้มแผงยังผลิตไฟอยู่ แค่ผลิตได้น้อยลงตามความหนาและความทึบของเมฆที่บัง ยิ่งเมฆหนามากเท่าไหร่ แสงที่ลอดผ่านมาถึงแผงก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น
ฟ้าครึ้มกับฝนตกหนัก ต่างกันแค่ไหนในการผลิตไฟ
หลายคนเข้าใจว่าแค่ฟ้ามืดเหมือนกันผลลัพธ์ต้องไม่ต่างกัน แต่จริง ๆ แล้วมีรายละเอียดอยู่พอสมควร
- วันฟ้าครึ้มแบบเมฆบาง ยังมีแสงกระจายพอสมควร ระบบอาจผลิตไฟได้ราว ๆ บางส่วนของกำลังผลิตปกติในวันแดดจัด
- วันฝนตกหนักและเมฆฝนหนาทึบ แสงที่ลอดผ่านมาน้อยมาก การผลิตไฟจะลดลงไปมากกว่าวันฟ้าครึ้มทั่วไป
- ช่วงฝนตกแล้วแดดออกสลับ เช่น ฝนตกตอนเช้าแล้วแดดออกตอนบ่าย กราฟการผลิตไฟจะขึ้นลงไม่สม่ำเสมอตลอดวัน
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องความชื้นในอากาศและละอองน้ำที่เกาะบนแผง ซึ่งอาจบดบังแสงเพิ่มอีกเล็กน้อยจนกว่าฝนจะหยุดและแผงแห้ง
ตัวอย่างสมมติให้เห็นภาพ (ไม่ใช่ตัวเลขจริง)
เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ลองสมมติว่าบ้านหลังหนึ่งติดระบบโซลาร์ขนาดหนึ่ง และในวันแดดจัดสามารถผลิตไฟได้เต็มที่ตามสเปกที่ออกแบบไว้ หากวันนั้นฟ้าครึ้มปานกลาง การผลิตไฟอาจลดลงเหลือเพียงเศษส่วนหนึ่งของวันแดดจัด และถ้าฝนตกหนักทั้งวัน การผลิตไฟอาจเหลือน้อยกว่านั้นอีก ตัวอย่างนี้เป็นเพียงสมมติฐานเพื่อให้เห็นแนวโน้ม ไม่ใช่ตัวเลขที่ใช้ได้กับทุกบ้าน เพราะปัจจัยจริงขึ้นอยู่กับขนาดระบบ ทิศทางแผง ความหนาของเมฆ และสภาพอากาศเฉพาะวันนั้น ๆ ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย
ฤดูฝนทั้งฤดูส่งผลต่อการผลิตไฟรายปีแค่ไหน
ถ้ามองในมุมรายวัน ฝนตกหนักวันไหนไฟก็ลดวันนั้น แต่ถ้ามองในมุมรายปี ประเทศไทยมีฤดูฝนยาวหลายเดือน ทำให้ค่าเฉลี่ยการผลิตไฟในช่วงนี้ของทั้งปีมักต่ำกว่าช่วงฤดูร้อนหรือฤดูหนาวที่ท้องฟ้าโปร่งมากกว่า ผู้ออกแบบระบบโซลาร์ที่ดีจึงมักคำนวณค่าเฉลี่ยการผลิตไฟตลอดทั้งปี ไม่ใช่คำนวณจากวันที่แดดจัดที่สุดเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ขนาดระบบที่เลือกใช้เหมาะสมกับการใช้ไฟจริงตลอดทั้งปี ไม่ใช่แค่ช่วงหน้าแล้ง
หากใครกำลังเริ่มคิดเรื่องขนาดระบบที่เหมาะกับบ้านตัวเอง สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บทความความรู้โซลาร์อื่น ๆ ของเรา ซึ่งมีพูดถึงวิธีอ่านบิลค่าไฟเพื่อประเมินขนาดระบบไว้ด้วย
วางแผนใช้ไฟอย่างไรให้ไม่สะดุดในหน้าฝน
เมื่อรู้ว่าหน้าฝนผลิตไฟได้น้อยลงเป็นธรรมชาติ สิ่งที่ทำได้คือวางแผนให้สอดคล้องกับความจริงนี้ ไม่ใช่คาดหวังว่าจะได้ไฟเท่าเดิมทุกวัน แนวทางที่หลายบ้านและโรงงานใช้กันคือ
- ออกแบบขนาดระบบให้มีส่วนเผื่อ (Margin) สำหรับวันที่แดดน้อย ไม่ใช่คำนวณขนาดพอดีเป๊ะกับวันแดดจัดที่สุด
- ถ้าเป็นระบบที่มีแบตเตอรี่สำรอง อาจช่วยพยุงการใช้ไฟในช่วงที่แผงผลิตได้น้อยกว่าปกติ
- ปรับพฤติกรรมใช้ไฟ เช่น ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟเยอะในช่วงที่แผงผลิตไฟได้ดีของวันนั้น
- สำหรับระบบที่ใช้ขุดบิทคอยน์ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ควรทำความเข้าใจว่าในวันฝนตกหนักกำลังไฟที่จ่ายให้เครื่องขุดอาจลดลงตามไปด้วย จึงควรวางแผนการทำงานของเครื่องให้ยืดหยุ่นตามกำลังไฟที่มีจริง
ข้อควรระวังด้านความปลอดภัยในหน้าฝน
นอกจากเรื่องปริมาณไฟที่ผลิตได้ หน้าฝนยังมีเรื่องความปลอดภัยที่ต้องใส่ใจ เช่น ความชื้นที่อาจสะสมในกล่องต่อสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์แปลงไฟ และความเสี่ยงจากฟ้าผ่าในช่วงพายุฝนฟ้าคะนอง การตรวจเช็กระบบสายไฟ กล่องรวมสาย และอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากควรทำโดยช่างไฟฟ้าที่มีความรู้และประสบการณ์เฉพาะทางเท่านั้น ห้ามเปิดกล่องไฟฟ้าหรือซ่อมแซมเองโดยเด็ดขาด เพราะมีความเสี่ยงต่อไฟฟ้าช็อตและอันตรายถึงชีวิตได้ หากสังเกตเห็นความผิดปกติ เช่น ไฟผลิตได้น้อยกว่าปกติมากผิดหูผิดตาแม้จะไม่ใช่วันฝนตก ควรแจ้งช่างผู้ติดตั้งให้มาตรวจสอบทันที
คำถามพบบ่อย
1. วันฝนตกหนักทั้งวัน แผงโซลาร์ผลิตไฟเป็นศูนย์เลยไหม
โดยทั่วไปไม่ถึงศูนย์ เพราะยังมีแสงกระจายจากท้องฟ้าที่ลอดผ่านเมฆมาได้บ้าง แต่ปริมาณไฟที่ได้จะต่ำกว่าวันแดดจัดมาก และอาจต่ำมากในช่วงที่เมฆฝนหนาทึบที่สุด
2. ควรเลือกขนาดระบบโซลาร์ใหญ่ขึ้นเพื่อชดเชยหน้าฝนหรือไม่
การเผื่อขนาดระบบเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยได้ แต่ควรคำนวณอย่างเหมาะสมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ เพราะขนาดที่ใหญ่เกินจำเป็นอาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้นโดยไม่คุ้มค่า ควรดูพฤติกรรมการใช้ไฟจริงของบ้านหรือโรงงานประกอบด้วย
3. ฝนตกบ่อย ๆ จะทำให้แผงโซลาร์เสียหรือเสื่อมเร็วขึ้นไหม
ฝนตามธรรมชาติไม่ได้ทำให้แผงเสื่อมเร็วขึ้นโดยตรง และบางครั้งน้ำฝนยังช่วยชะล้างฝุ่นบนแผงได้ด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ควรระวังคือความชื้นที่อาจกระทบอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งต้องให้ช่างตรวจเช็กตามรอบที่เหมาะสม
สรุปแล้ว หน้าฝนและวันฟ้าครึ้มไม่ได้ทำให้แผงโซลาร์หยุดทำงาน เพียงแต่ผลิตไฟได้น้อยลงตามความเข้มของแสงที่ลอดผ่านเมฆมาได้ การเข้าใจกลไกนี้จะช่วยให้วางแผนขนาดระบบและพฤติกรรมการใช้ไฟได้สมเหตุสมผลมากขึ้น ไม่ตื่นตระหนกไปกับตัวเลขที่ขึ้นลงตามสภาพอากาศ หากต้องการให้ทีมงานช่วยประเมินขนาดระบบที่เหมาะกับบ้านหรือโรงงานของคุณในสภาพอากาศแบบไทย ทักมาปรึกษาทีม Solar Farm Mining ได้เลยครับ
ภาพ: Stefan de Vries / Pexels
☀️ สนใจติดตั้งโซลาร์ฟาร์ม?
ปรึกษาฟรี! ทีมงาน Solar Farm Mining พร้อมออกแบบระบบให้คุ้มค่าที่สุด